เว็บไซด์เดิม

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต

Prince of Songkla University, Phuket Campus

คำถามที่พบบ่อย


Q : Frequently Asked Questions (FAQ) For International Members

A : Click for Information


Q : นักศึกษาไม่สามารถลงทะเบียนเรียนได้ เนื่องจาก

A : 1. มีหนี้สินกับมหาวิทยาลัยและยังไม่ได้ชำระ

     2. ชำระเงินล่าช้า

     3. ถูกระงับการลงทะเบียนเรียนโดยอาจารย์ที่ปรึกษา

     4. ถูกระงับการลงทะเบียนเรียน เนื่องจากระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ต่ำกว่า 2.00

     5. ลงทะเบียนเรียนแล้วมีจำนวนหน่วยกิตเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด และไม่ได้ส่งคำร้องขอลงทะเบียนเรียนเกินกว่ากำหนดก่อนลงทะเบียนเรียน

      6. ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาจำกัดจำนวน ต้องให้นักศึกษาที่เรียนตามแผนลงทะเบียนเรียนก่อน

      7. เป็นรายวิชากักตัวสอบ และนักศึกษาไม่ได้ดำเนินการส่งคำร้องขอกักตัวสอบให้เรียบร้อยก่อนลงทะเบียนเรียน

      8. รายวิชาเต็ม

      9. ระบบเครือข่าย/ไฟฟ้า มีปัญญา


Q : จำนวนหน่วยกิตในการลงทะเบียนเรียนตามที่ระเบียบฯ กำหนด

A :

ภาคการศึกษาปกติ                  นักศึกษารหัสปี 47-51                       นักศึกษารหัสปี 52-54

 

จำนวนหน่วยกิต

จำนวนหน่วยกิต

นักศึกษาภาวะปกติ

9-22

9-22

นักศึกษาภาวะตักเตือน

9-22

9-16

นักศึกษาภาวะรอพินิจ

9-16

9-16

 

ภาคการศึกษาฤดูร้อน               นักศึกษารหัสปี 47-51                       นักศึกษารหัสปี 52-54

 

จำนวนหน่วยกิต

จำนวนหน่วยกิต

นักศึกษาภาวะปกติ

1-9

1-9

นักศึกษาภาวะตักเตือน

1-9

1-6

นักศึกษาภาวะรอพินิจ

1-6

1-6

 

สำหรับนักศึกษาคณะการบริการและการท่องเที่ยว รหัส 54 เป็นต้นไป

ภาคการศึกษาปกติ                           นักศึกษารหัสปี 54 เป็นต้นไป                        

 

จำนวนหน่วยกิต

นักศึกษาภาวะปกติ

12-28

นักศึกษาภาวะตักเตือน

12-20

นักศึกษาภาวะรอพินิจ

12-20

 

Q : ทำไมไม่มีรายชื่อนักศึกษาในรายวิชา?

A : 1. นักศึกษาลงทะเบียนภายหลังจากที่อาจารย์ผู้สอนได้ Download รายชื่อวิชานั้นแล้ว หรือ
2. นักศึกษาลงทะเบียนเรียนแล้ว แต่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอน การลงทะเบียนเรียน
วิธีการแก้ไข/ป้องกัน
     1. ให้นักศึกษาตรวจสอบผลการลงทะเบียนเรียนของตนเอง ที่เว็บระบบ สารสนเทศนักศึกษา(SIS) และดำเนินการลงทะเบียนเรียนให้เรียบร้อย ภายใน สัปดาห์แรกของวันเปิดภาคการศึกษา หรือหากมีปัญหาให้รีบติดต่อทะเบียนกลางโดยทันที
     2. ให้นักศึกษาบันทึกผลการลงทะเบียนเรียนของแต่ละภาคการศึกษา เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานการลงทะเบียนกรณีเกิด ปัญหาขึ้น

 

Q : ลงทะเบียนเรียนไม่ได้เนื่องจาก นักศึกษาไม่มีรายชื่อในการจอง ต้องดำเนินการอย่างไร?
A : ต้องให้นักศึกษาที่เรียนตามแผน ได้ลงทะเบียนเรียนก่อน หลังจากนั้นจึง จะสามารถลงทะเบียนเรียนได้ 

 

Q : หากนักศึกษาพบปัญหาสามารถติดต่อทะเบียนกลางได้อย่างไร ?

A :  1 ทางโทรศัพท์ หมายเลข 0 7627 6023-7 และโทรสาร หมายเลข 0 7627 6029 ในวันและเวลาราชการ

      2 ทางอีเมล์ E-mail : regis@phuket.psu.ac.th


Q : นักเรียนที่เรียนแผนการเรียน ศิลป์ – ภาษา สามารถเข้าศึกษาในสาขาวิชาใดได้บ้าง ใน ม.อ. ภูเก็ต ?

 

A : คณะการบริการและการท่องเที่ยว  สาขาวิชาการจัดการบริการ  และสาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว  

 

     คณะวิเทศศึกษา  สาขาวิชาวิเทศธุรกิจ : จีน  สาขาวิชาจีนศึกษา   สาขาวิชาไทยศึกษา 

 

     และสาขาวิชาวิเทศศึกษา  วิชาเอกวิเทศธุรกิจ : เกาหลี และ วิชาเอกเกาหลีศึกษา

 

 

 

Q : นักเรียนจากสายอาชีพสามารถเข้าศึกษาใน ม.อ. ภูเก็ตได้หรือไม่ ?

 

A :  ได้ทุกสาขาวิชา ภายใต้เงื่อนไขการรับนักศึกษาแต่ละโครงการ

 

 

 

Q : มีรายชื่อในประกาศ ฯ ผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาแล้วต้องทำอย่างไรต่อ ?

 

A : ติดตามกำหนดการเปิดภาคเรียนในเว็บไซต์ ม.อ. ภูเก็ต และวิทยาเขตภูเก็ตจะดำเนินการส่งเอกสาร

 

     ให้นักศึกษาใหม่ที่บ้าน ตามที่อยู่ที่ให้ไว้ในใบสมัครประมาณเดือนมิถุนายน

 

 

 

Q : จ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าของหลักสูตรนานาชาติอย่างไร ?

 

A : แบ่งจ่ายตามภาคการศึกษา โดยภาคการศึกษาแรกจ่าย  25,000 บาท  ภาคที่ 2 และ 3 

 

     จ่ายภาคการศึกษาละ 7,500 บาท 

 

 

 

Q : นักศึกษาคณะวิเทศศึกษาที่จะต้องไปเรียนภาคฤดูร้อนที่ต่างประเทศต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?

 

A : ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเท่านั้น

 

 

 

Q : สามารถหาข้อมูลการสอบ Admissions ได้จากที่ใด ?

 

A :  เว็บไซต์ www.cuas.or.th

 

--------------------------------------------------------------------------------------

FREQUENTLY ASKED QUESTIONS

FHT ACADEMIC

 

1) Q:   นักศึกษาสามารถลงทะเบียนได้ช้าที่สุดถึงเมื่อใด

A:    ขอให้นักศึกษาลงทะเบียนตามวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถลงทะเบียนได้ตามวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด นักศึกษาสามารถลงทะเบียนได้ช้าที่สุดจนถึงสัปดาห์แรกนับจากวันเปิดภาคการศึกษา หลังจากนั้นจะหมดสิทธิ์ในการลงทะเบียนเรียนสำหรับภาคการศึกษานั้น

 

2) Q:   นักศึกษาสามารถลงทะเบียนได้กี่หน่วยกิตต่อภาคการศึกษา (เฉพาะคณะ บรท.)

A:       นักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิตและ ไม่เกิน 28 หน่วยกิต ยกเว้นนักศึกษาในภาวะรอพินิจและนักศึกษาในภาวะวิกฤต ต้องลงทะเบียนเรียนไม่เกิน 20 หน่วยกิต

 

3) Q:   นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มจนมีจำนวนหน่วยกิตสูงกว่าหรือการถอนการลงทะเบียนรายวิชาจนเหลือจำนวนหน่วยกิตต่ำกว่าที่กำหนด ได้หรือไม่

A:       การลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มจนมีจำนวนหน่วยกิตสูงกว่าหรือการถอนการลงทะเบียนรายวิชา จนเหลือจำนวนหน่วยกิตต่ำกว่าที่มหาวิทยาลัยกำหนดจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากคณบดี มิฉะนั้นจะถือว่าการลงทะเบียนเรียนดังกล่าวเป็นโมฆะ

 

4) Q:   นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มได้ถึงช่วงไหน

A:      การลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ต้องกระทำภายในสัปดาห์แรกของภาคการศึกษา

 

5) Q:   นักศึกษาสามารถถอนรายวิชาโดยไม่บันทึก W ในใบแสดงผลการศึกษาได้ถึงช่วงไหน

A:       การถอนรายวิชาภายใน 2 สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา รายวิชานั้นจะไม่ปรากฏในใบแสดงผลการศึกษา

 

6) Q:   นักศึกษาสามารถถอนรายวิชาโดยบันทึก W ในใบแสดงผลการศึกษาได้ถึงช่วงไหน (เฉพาะคณะ บรท.)

A:       ถ้าถอนเมื่อพ้นกำหนด 2 สัปดาห์แรก แต่ยังอยู่ภายใน 9 สัปดาห์ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่านอาจารย์ผู้สอน และรายวิชานั้นจะปรากฏในใบแสดงผลการศึกษา โดยจะได้สัญลักษณ์ W

 

7) Q:   เมื่อพ้นกำหนดการถอนรายวิชาโดยได้สัญลักษณ์ W แล้ว นักศึกษาจะถอนการลงทะเบียนได้หรือไม่

A:       เมื่อพ้นกำหนดการถอนรายวิชาโดยได้สัญลักษณ์ W แล้ว นักศึกษาจะถอนการลงทะเบียนเฉพาะรายวิชาไม่ได้ ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็น

 

8) Q:   ลาพักการเรียนต้องทำอย่างไร  (เฉพาะคณะ บรท.)

A:       สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องขอลาพักการศึกษาภายใน 30 วัน ที่งานทะเบียนกลาง นับจากวันเปิดภาคการศึกษานั้น หากไม่ปฏิบัติดังกล่าว มหาวิทยาลัยจะถอนชื่อนักศึกษาผู้นั้นออกจากทะเบียนนักศึกษา

 

9) Q:   สถานภาพนักศึกษามีกี่ประเภท

A:       3 ประเภท คือ 1. นักศึกษาภาวะปกติ 2. นักศึกษาในภาวะวิกฤต 3. นักศึกษาในภาวะรอพินิจ

10) Q: นักศึกษาปกติ คืออะไร

A:       นักศึกษาปกติ คือ นักศึกษาที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป

 

11) Q: นักศึกษาในภาวะวิกฤต คืออะไร

A:       นักศึกษาในภาวะวิกฤต คือ นักศึกษาที่ได้รับแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 1.00-1.99 ในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย

 

12) Q: นักศึกษาในภาวะรอพินิจ คืออะไร

  1.       นักศึกษาในภาวะรอพินิจ คือ นักศึกษาที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00

 

13) Q: นักศึกษาในภาวะรอพินิจมีกี่ประเภท อธิบาย

A:      นักศึกษาในภาวะรอพินิจ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. นักศึกษาที่ได้ศึกษาในมหาวิทยาลัยครบ 2 ภาคการศึกษาแล้ว และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมในภาคการศึกษาที่สอง ตั้งแต่ 1.25 แต่ไม่ถึง 2.00 หรือนักศึกษาปกติที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 1.50 แต่ไม่ถึง 2.00 ในภาคการศึกษาถัดไป จะได้รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 1

2. นักศึกษาที่อยู่ในภาวะรอพินิจครั้งที่ 1 ที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ตั้งแต่ 1.70 แต่ไม่ถึง 2.00 ในภาคการศึกษาถัดไป จะได้รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 2

3. นักศึกษาที่อยู่ในภาวะรอพินิจครั้งที่ 2 ที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 1.90 แต่ไม่ถึง 2.00 ในภาคการศึกษาถัดไป จะได้รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 3

 

14) Q: การย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา ต้องทำอย่างไร

A:       การย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง อีกทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครองและอาจารย์ที่ปรึกษา และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการประจำคณะที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาอนุมัติ

 

15) Q: เงื่อนไขสำหรับการย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา

A:       นักศึกษาที่ขอย้ายคณะหรือประเภทวิชา หรือสาขาวิชา ต้องได้ศึกษาอยู่ในคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชาเดิม ไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา ทั้งนี้ไม่นับรวมภาคการศึกษาที่ลาพักหรือถูกให้พัก และการกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์การให้นักศึกษาย้ายเข้าศึกษา ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการประจำคณะ

  

16) Q: นักศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้ย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชาต้องทำอย่างไรบ้าง

A:       นักศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้ย้ายคณะหรือประเภทวิชา หรือสาขาวิชา อาจมีสิทธิ์ได้รับการเทียบโอน หรือรับโอนบางรายวิชา รายวิชาที่ได้รับการเทียบโอนหรือรับโอน ให้ได้สัญลักษณ์หรือระดับคะแนนเดิม และให้นับหน่วยกิตรายวิชาดังกล่าวเป็นหน่วยกิตสะสม และนำมาคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม โดยนักศึกษาต้องดำเนินการขอเทียบโอนให้แล้วเสร็จภายในภาคการศึกษาแรกที่ได้รับอนุมัติให้ย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง

 

17) Q: เงื่อนไขสำหรับการการรับโอนรายวิชา

A:      การรับโอนรายวิชา ที่เป็นรายวิชาเดียวกันกับรายวิชาในหลักสูตรหรือสาขาวิชาใหม่ รายวิชานั้นจะต้องมีระดับคะแนนตั้งแต่ D ขึ้นไป ส่วนการเทียบโอนหรือรับโอนรายวิชาต้องได้รับการอนุมัติจากคณะหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้

1. รายวิชาเดิมที่นำมาเทียบโอนหรือรับโอนได้ จะต้องมีเนื้อหาวิชาอยู่ในระดับเดียวกัน และมีปริมาณเท่ากันหรือไม่น้อยกว่าสามในสี่ของรายวิชาในหลักสูตรใหม่

2. รายวิชาที่จะนำมาพิจารณาเทียบโอนหรือรับโอน ต้องมีผลการศึกษาตามที่คณะหรือสาขาวิชากำหนด โดยต้องได้ระดับคะแนน 2.00 หรือเทียบเท่าขึ้นไป

3. ให้มีการเทียบโอนหรือรับโอนรายวิชาได้ไม่เกินสามในสี่ของจำนวนหน่วยกิตรวมของหลักสูตรใหม่

 

18) Q: การเทียบโอนและการรับโอนรายวิชาสำหรับผู้ที่เคยศึกษาในมหาวิทยาลัย และผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้อีก ต้องทำอย่างไรบ้าง

A:      ผู้ที่เคยศึกษาในมหาวิทยาลัย และผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้อีก อาจมีสิทธิ์ได้รับการเทียบโอนหรือรับโอนบางรายวิชา โดยนักศึกษาต้องดำเนินการขอเทียบโอนให้แล้วเสร็จภายในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง

 

 19) Q: การเทียบโอนและการรับโอนรายวิชาสำหรับนักศึกษาที่รับโอนมาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น ต้องทำอย่างไรบ้าง

A:      นักศึกษาที่รับโอนมาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเทียบโอนบางรายวิชา โดยนักศึกษาต้องดำเนินการขอเทียบโอนให้แล้วเสร็จภายในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา

สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง

 

20) Q: การเทียบโอนและการรับโอนรายวิชาที่นักศึกษาจะต้องรู้เพิ่มเติม มีดังนี้

A:      1. การเทียบโอนหรือรับโอนรายวิชาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นทั้งภายในและต่างประเทศ ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการประจำคณะก่อน

2. รายวิชาที่ได้รับการเทียบโอนหรือรับโอน ให้ได้สัญลักษณ์หรือระดับคะแนนเดิม ให้นับหน่วยกิตรายวิชาดังกล่าวเป็นหน่วยกิตสะสม และนำมาคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

3. นักศึกษาไม่มีสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนรายวิชาที่ได้สัญลักษณ์หรือระดับคะแนนเดิมอีก เว้นแต่เมื่อผลการศึกษารายวิชาที่สัมพันธ์กับรายวิชาที่ได้สัญลักษณ์ หรือระดับคะแนนเดิม ต่ำกว่ามาตรฐานที่คณะหรือสาขาวิชากำหนด ให้ลงทะเบียนเรียนรายวิชาที่ได้สัญลักษณ์หรือระดับคะแนนเดิมนั้นซ้ำอีกได้ และให้นับหน่วยกิตรายวิชาดังกล่าวเป็นหน่วยกิตสะสมได้เพียงครั้งเดียว

  

21) Q: นักศึกษาสามารถทำเรื่องขอโอนย้ายจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นได้อย่างไร

A:      การสมัครขอโอนย้าย ให้ยื่นคำร้องถึงมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 2 เดือนก่อนกำหนดวันลงทะเบียนเรียนของภาคการศึกษาที่จะโอนเข้าศึกษา พร้อมทั้งติดต่อสถาบันเดิมให้จัดส่งใบแสดงผลการศึกษา และคำอธิบายรายวิชาของหลักสูตรเดิมมายังมหาวิทยาลัยโดยตรงด้วย

 

22) Q: นักศึกษาจะต้องทำอย่างไรหากต้องการลาป่วยหรือลากิจ

A:      การลาป่วยหรือลากิจ ลาไม่เกิน 7 วัน ในระหว่างเปิดภาคการศึกษา ต้องส่งจดหมายลาเพื่อรับการอนุมัติจากอาจารย์ผู้สอนและแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาทราบ ถ้าเกิน 7 วัน ต้องได้รับการอนุมัติจากคณบดี โดยผ่านอาจารย์ที่ปรึกษา สำหรับงานหรือการสอบที่นักศึกษาได้ขาดไปในช่วงเวลานั้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของอาจารย์ผู้สอนซึ่งอาจจะอนุญาตให้ปฏิบัติงานหรือสอบทดแทน หรือยกเว้นได้

 

23) Q: หากนักศึกษาป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถเข้าสอบไล่ได้ต้องทำอย่างไร

A:      ในกรณีที่ป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัย ทำให้ไม่สามารถเข้าสอบไล่ได้ นักศึกษาต้องขอผ่อนผันการสอบไล่ต่อคณะภายในวันถัดไปหลังจากที่มีการสอบไล่รายวิชานั้นเว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC นักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง และคณะกรรมการประจำคณะเป็นผู้พิจารณาการขอผ่อนผันดังกล่าว โดยอาจอนุมัติให้ได้สัญลักษณ์ I หรือให้ยกเลิกการลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นเป็นกรณีพิเศษ โดยให้ได้สัญลักษณ์ W หรือไม่อนุมัติการขอผ่อนผัน โดยให้ถือว่าขาดสอบก็ได้

 

24) Q: สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการลาพักการศึกษา มีดังนี้  (เฉพาะคณะ บรท.)

A:      การลาพักการศึกษาเป็นการลาพักทั้งภาคการศึกษา และถ้าได้ลงทะเบียนไปแล้ว เป็นการยกเลิกการลงทะเบียนเรียน โดยรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนทั้งหมดในภาคการศึกษานั้น จะไม่ปรากฏในใบแสดงผลการศึกษา การลาพักการศึกษา จะลาพักเกิน 3 ภาคการศึกษาติดต่อกันไม่ได้ และในสามภาคการศึกษาแรกที่ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะลาพักการศึกษาไม่ได้ เว้นแต่กรณีที่ป่วย หรือถูกเกณฑ์หรือระดมเข้ารับราชการทหารกองประจำการ และหรือได้ รับทุนต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยเห็นว่าเป็นประโยชน์กับนักศึกษา ในการลาป่วยและการลาพักการศึกษาเนื่องจากป่วย นักศึกษาต้องแสดงใบรับรองแพทย์ด้วยทุกครั้ง

 

25) Q: การขอลาพักต้องทำอย่างไร

A:       การขอลาพักการศึกษา สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC นักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง และให้แสดงเหตุผลความจำเป็นพร้อมกับมีหนังสือรับรองของผู้ปกครอง ผ่านอาจารย์ที่ปรึกษา การลาพักการศึกษาต้องได้รับการอนุมัติจากคณบดี นักศึกษาจะต้องชำระค่ารักษาสถานภาพนักศึกษาทุกภาคการศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้ลาพัก ตามอัตราที่มหาวิทยาลัยกำหนด ยกเว้นภาคการศึกษาที่ได้ลงทะเบียนเรียนไปก่อนแล้ว

 

26) Q: การขอลาออกต้องทำอย่างไร

A:      การลาออก สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลางพร้อมหนังสือรับรองของผู้ปกครองผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขออนุมัติต่ออธิการบดี ผู้ที่จะได้รับการอนุมัติให้ลาออกได้ต้องไม่มีหนี้สินกับมหาวิทยาลัย

 

27) Q: สิ่งที่ควรจะรู้เกี่ยวกับบทลงโทษของการทุจริตสอบ?

A:      เมื่อมีการตรวจพบว่านักศึกษาทุจริตในการวัดผล เช่น การสอบรายวิชาใด ให้ผู้ที่รับผิดชอบการวัดผลครั้งนั้น หรือผู้ควบคุมการสอบ รายงานการทุจริตพร้อมส่งหลักฐานการทุจริตไปยังคณะตลอดจนแจ้งให้อาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้นทราบ และให้คณะกรรมการดำเนินงานวินัยนักศึกษาที่นักศึกษาผู้นั้นสังกัด พิจารณาโทษแล้วเสนอต่อมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการต่อไป โดยให้นักศึกษาที่ทุจริตในการวัดผลดังกล่าว ได้ระดับคะแนน E หรือสัญลักษณ์ F หรือ U ในรายวิชานั้น พร้อมทั้งภาคทัณฑ์ไว้ตลอดการมีสภาพเป็นนักศึกษา และถ้าหากมีความผิดร้ายแรงก็อาจพิจารณาโทษทางวินัยประการหนึ่งประการใด หรือหลายประการได้อีกดังนี้

1. ให้พักการศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งภาคการศึกษา

2. ให้ได้ระดับคะแนน E หรือสัญลักษณ์ F หรือ U ทุกรายวิชาที่ได้ลง ทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้น

3. ให้ออก

4. ไล่ออก

 

28) Q: สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาและการอนุมัติให้ปริญญา

A:      นักศึกษาที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญา ต้อง ได้ศึกษาและผ่านการวัดและประเมินผลรายวิชาต่างๆ ครบถ้วนตามหลักสูตรและข้อกำหนดของสาขาวิชาที่จะรับปริญญา โดยไม่มีรายวิชาใดที่ได้สัญลักษณ์ I หรือ R ค้างอยู่ ทั้งนี้นับรวมถึงรายวิชาที่ได้รับการเทียบโอนและที่รับโอน และนักศึกษาจะต้องผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อพัฒนานักศึกษาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดด้วยยังมีสถานภาพเป็นนักศึกษาอยู่และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 หากเป็นนักศึกษาที่โอนย้ายมาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น จะต้องศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยอย่างน้อยหนึ่งปีการศึกษา ระยะเวลาการสำเร็จการศึกษา หลักสูตร 4 ปี สำเร็จการศึกษาได้ไม่ก่อน 9 ภาคการศึกษา ทั้งนี้ยกเว้นนักศึกษาที่ได้รับการเทียบโอน หรือรับโอนรายวิชา


29) Q: นักศึกษาที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต้องมีเงื่อนไขอย่างไร

A:       นักศึกษาจะต้องได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป ไม่เคยได้ระดับคะแนนต่ำกว่า 2.00 หรือสัญลักษณ์ F หรือ U ในรายวิชาใดๆ ใช้เวลาศึกษาไม่เกินจำนวนปีการศึกษาต่อเนื่องกันตามแผนการศึกษาของสาขาวิชาที่จะได้รับปริญญา

30) Q: นักศึกษาที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสอง ต้องมีเงื่อนไขอย่างไร

A:       นักศึกษาจะต้องได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 3.25 ขึ้นไป แต่เป็นผู้ไม่มีสิทธิ์ได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ไม่เคยได้ระดับคะแนนต่ำกว่า 2.00 ในรายวิชาเอกใดๆของหลักสูตรสาขา วิชานั้น ไม่เคยได้ระดับคะแนน E หรือสัญลักษณ์ F หรือ U ในรายวิชาใดๆ ใช้เวลาศึกษาไม่เกินจำนวนปีการศึกษาต่อเนื่องกันตามแผนการศึกษาของสาขาวิชาที่จะได้รับปริญญา

31) Q: สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

A:       การพ้นจากสภาพนักศึกษา มีดังนี้

  1. ตายหรือลาออก
  2. ถูกให้ออก หรือไล่ออก เนื่องจากต้องโทษทางวินัย
  3. ไม่ได้ลงทะเบียนเรียนภายใน 30 วัน นับจากวันเปิดภาคการศึกษา โดยมิได้รับการอนุมัติให้ลาพักการศึกษา
  4. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.00 ในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ไม่นับภาคการศึกษาที่ลาพัก หรือถูกให้พัก
  5. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.25 ในภาคการศึกษาที่สองที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ไม่นับภาคการศึกษาที่ลาพักหรือถูกให้พัก
  6. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.50 ยกเว้นนักศึกษาที่เริ่มเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยในสองภาคการศึกษาแรก
  7. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.70 ในภาคการศึกษาถัดไป หลังจากได้ รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 1
  8.  ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.90 ในภาคการศึกษาถัดไป หลังจากได้ รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 2
  9. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00 ในภาคการศึกษาถัดไป หลังจากได้ รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 3
  10. ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมาแล้ว เป็นระยะเวลาเกิน 2 เท่าของจำนวนปีการศึกษาต่อเนื่องกันที่ได้กำหนดไว้ในแผนกำหนดการศึกษาของสาขาวิชาที่ศึกษาอยู่ สำหรับนักศึกษาที่รับโอนให้นับเวลาที่เคยศึกษาอยู่ในสถาบันเดิมรวมเข้าด้วย

32) Q: นักศึกษาต้องมีผลการสอบ TOEIC เท่าไหร่จึงจะขอสำเร็จการศึกษาได้  (เฉพาะคณะ บรท.)

A:       นักศึกษาจะต้องได้คะแนน TOEIC 630 คะแนน จึงจะขอสำเร็จการศึกษาได้

33) Q: การสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีสำหรับนักศึกษารหัส 49XXXXXXXX-58XXXXXXXX ของคณะการบริการและการท่องเที่ยว ที่มีผลการสอบ TOEIC ไม่ถึง 630 คะแนน ต้องทำอย่างไร (เฉพาะคณะ บรท.)

A:       1. นักศึกษาที่ได้คะแนน TOEIC 500 คะแนน ให้ลงทะเบียนเรียน 2 วิชา คือ 811-353 Intermediate English for Business และ 811-456 Advanced English for Business นอกเหนือจากรายวิชาภาษาอังกฤษตามหลักสูตร โดยได้รับระดับคะแนนของทั้งสองวิชาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 จึงจะถือว่าสามารถใช้ประกอบการสำเร็จการศึกษาได้

2. นักศึกษาที่ได้คะแนน TOEIC 550 คะแนนขึ้นไป ให้ลงทะเบียนเรียน 1 วิชา คือ 811-456 Advanced English for Business นอกเหนือจากรายวิชาภาษาอังกฤษตามหลักสูตร โดยได้รับระดับคะแนนไม่ต่ำกว่า 3.00 จึงจะถือว่าสามารถใช้ประกอบการสำเร็จการศึกษาได้

3. เงื่อนไขนี้อนุญาตให้ใช้สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 5 เป็นต้นไปเท่านั้น

4. หากนักศึกษาชั้นปีที่ 1-4 ลงทะเบียนเรียนรายวิชาเหล่านี้ จะถือเป็นรายวิชาเลือกเสรี และไม่สามารถนำมาใช้กับเงื่อนไขนี้ได้ 

 

34) Q: คณะจัดสอบ TOEIC ให้ฟรีกี่ครั้งต่อปีการศึกษา จัดเมื่อไหร่ นักศึกษาต้องทำอย่างไร (เฉพาะคณะ บรท.)

A:       คณะจัดสอบ TOEIC 4 ครั้งต่อปีการศึกษา โดยแบ่งรอบสอบดังนี้
1. ภาคการศึกษาที่ 1/2558 

นักศึกษาชั้นปี 1 และ 2 กำหนดให้สอบ TOEIC ในวันพุธที่  21 ตุลาคม 2558

นักศึกษาชั้นปี 3 และ 4 กำหนดให้สอบ TOEIC ในวันพุธที่  28 ตุลาคม 2558
2. ภาคการศึกษาที่ 2/2558

นักศึกษาชั้นปี 1 และ 2 กำหนดให้สอบ TOEIC ในวันพุธที่  16 มีนาคม  2558

นักศึกษาชั้นปี 3 และ 4 กำหนดให้สอบ TOEIC ในวันพุธที่  23 มีนาคม  2558

นักศึกษาสามารถตรวจสอบรอบการสอบได้จากหน้าเว็ปมหาวิทยาลัย และให้นักศึกษาสมัครสอบ ณ ศูนย์ทดสอบTOEIC (อาคาร7 ชั้น2)

35) Q: ถ้านักศึกษาไม่ได้สอบ TOEIC ในวันที่คณะกำหนด สามารถสอบชดเชยภายหลังได้หรือไม่ (เฉพาะคณะ บรท.)

A:       หากนักศึกษาไม่ได้สมัครสอบในรอบสอบฟรีที่คณะกำหนดให้ นักศึกษาสามารถสมัครสอบรอบอื่นๆได้โดย ต้องชำระเงินและนำใบเสร็จรับเงินมาเบิกที่สำนักงานวิชาการคณะฯ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการทำเรื่องเบิกเงินคืนให้ไม่เกิน 800 บาท เมื่อได้รับการอนุมัติเงินจะประกาศให้นักศึกษามารับเงินที่ฝ่ายการเงินคณะฯ 

36) Q: การลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษ สามารถเรียนข้ามระดับได้หรือไม่ (เฉพาะคณะ บรท.)

A:       นักศึกษาไม่สามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษข้ามระดับได้ ยกเว้นนักศึกษาที่เคยลงทะเบียนเรียนในรายวิชาที่ระดับต่ำกว่าแล้วได้เกรด E จะอนุญาตให้นักศึกษาลงทะเบียนข้ามระดับไประดับที่สูงกว่าได้ เพราะถือว่าเคยผ่านการเรียนระดับก่อนหน้านี้มาแล้ว 

37) Q: การยกเว้นการลงทะเบียนเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ  (เฉพาะคณะ บรท.)
A:      
- นักศึกษาใหม่ที่มีระดับคะแนน TOEIC สูงกว่า 630 ในภาคการศึกษาแรกจะได้รับการยกเว้นการ

ลงทะเบียนรายวิชาภาษาอังกฤษ และต้องลงทะเบียนเรียนกลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศจำนวน 1 ภาษา รวมไม่น้อยกว่า 20 หน่วยกิต ทั้งนี้นักศึกษามีสิทธิ์เลือกลงทะเบียนรายวิชาภาษาอังกฤษ ที่มีเกณฑ์ TOEIC ตั้งแต่ 500 คะแนนขึ้นไปได้ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วแต่กรณี

-  นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษได้ระยะหนึ่งแล้ว และมีระดับคะแนน TOEIC สูงกว่า 630 คะแนน มีสิทธิ์ใช้หน่วยกิตกลุ่มวิชาภาษา 1 ภาษา มาประกอบให้ครบ 20 หน่วยกิต ตามโครงสร้างหลักสูตรได้ ทั้งนี้ต้องได้รับอนุญาตจากอาจารย์ที่ปรึกษา

38) Q: ข้อแนะนำการลงทะเบียนรายวิชาฝึกปฏิบัติงานสำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนติดสถานะ (เฉพาะคณะ บรท.)

A:       นักศึกษาที่มีผลการเรียนติดสถานะจะต้องมาพบอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนลงทะเบียนรายวิชาฝึกปฏิบัติงาน เพื่อพูดคุยปรึกษาและทำการจำลองเกรดก่อน ซึ่งจะได้ไม่มีปัญหากระทบกับการฝึกปฏิบัติงานเมื่อเกรดออก



 
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ | แผนผังเว็บไซต์ | แผนที่และการเดินทาง | หมายเลขโทรศัพท์และอีเมล์ | ติดต่อ
สงวนลิขสิทธิ์ @ 2557
ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต, 80 หมู่ 1 ถ.วิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต 83120 โทรศัพท์ 0-7627-6012, 0-7627-6013 โทรสาร 0-7627-6002